วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

ชีวิตนักเรียนใหม่เตรียมทหาร ตอนที่ 1 : ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้

หลังจากที่ร่ายยาวเรื่องกว่าจะสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารมาหลายตอน คิดว่าคงพอควรและมีประโยชน์กับผู้ที่สนใจบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ หลังจากนี้ไปแอดมินก็จะขอกลั่นกรองประสบการณ์การเป็นนักเรียนเตรียมทหารและนักเรียนเหล่ามาเล่าให้ฟังกันชนิดถึงกึ๋นถึงอารมณ์กันเลยทีเดียว

เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2542 (ไม่นานครับ ไม่นาน ขณะที่นั่งพิมพ์อยู่นี้เพิ่งผ่านมาได้แค่ 13 ปีเท่านั้นเอง ผมยังไม่แก่นะครับ) หลังจากการประกาศผลสอบเข้าเตรียมทหารรอบสุดท้าย มีชื่อ นายเสมา กระต่ายทอง อยู่บนบอร์ดประกาศผลที่กลางสนามเกิดผล โรงเรียนเตรียมทหาร (สมัยที่ยังอยู่ที่พระราม4)  ยังความปลาบปลื้มดีใจให้กับครอบครัวกระต่ายทองกันยิ่งนัก แอดมินกอดกับคุณแม่ดีใจกันเลยทีเดียว แม่ถึงกับออกปากชมว่า "เก่งมากลูก เก่งมาก" ทั้งที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินแม่ชมว่าเก่งเลยเนี่ยนะ ส่วนพ่อก็โทรศัพท์มือถือ (เพิ่งซื้อมาใหม่ตอนนั้น) บอกญาติพี่น้อง นี่ถ้าประกาศออกทีวีแบบคณะปฏิวัติรัฐประหารได้ คงทำไปแล้ว

บรรยากาศวันนั้นแม้ร้อนอบอ้าว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ครอบครัวของเราย่อท้อ เนื่องจากดีใจกันจนลืมอากาศร้อน แอดมินก็เตรียมตัวจะขึ้นไปรายงานตัว ณ อาคารกองพลศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร พร้อม ๆ กับว่าที่นักเรียนเตรียมทหารคนอื่นที่สอบผ่านรอบสุดท้าย ดูจากหน้าตาแต่ละคนแล้ว คงนึกกันไม่ค่อยถึงว่าจะเจออะไรบ้างเมื่อได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารนี่จริง ๆ

โดยสีหน้าของนักเรียนที่สอบผ่านมักจะเป็นแบบนี้ ขออนุญาตน้องเจ้าของภาพด้วยนะครับ รู้สึกจะเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 54 ห่างกับผมแค่ 1 รอบเท่านั้นเอง นิดเดียว
ที่มาของภาพ : http://www.thaicadet.org/article/Drop_For_What.html

สนามเกิดผล ในอดีต ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของสวนลุมไนท์บาร์ซ่า
ที่มาของภาพ : http://www.navy84.com/index.php?lay=show&ac=photo_view&event_id=1201&pagephoto=1

เมื่อรายงานตัวเสร็จเรียบร้อยก็นัดวันทำสัญญานั่นโน่นนี่หลายอย่าง สุดท้ายก็ถึงวันส่งตัวเข้าโรงเรียนเตรียมทหารสักที โดยกำหนดการที่แจ้งให้ทราบมาแล้วล่วงหน้าก็คือ จะไม่มีการปล่อยพักบ้านในช่วงการเป็นนักเรียนใหม่เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งนักเรียนที่เข้ามาเป็น นตท.ชั้นปีที่ 1 ใหม่ ๆ จะไม่ถูกเรียกว่าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร แต่จะเรียกกันว่า "นักเรียนใหม่" เนื่องจากเป็นช่วงที่เป็นการปรับจากนักเรียนพลเรือน มาเป็นนักเรียนทหาร อย่างที่ภาษาทหารเขาเรียก "สีเขียวยังไม่จับกบาล" ว่างั้นเหอะ

สำหรับตัวแอดมินเอง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยจากบ้านนาน ๆ รู้ดังนี้เข้าก็หวั่น ๆ เหมือนกัน แต่ก็เอาวะ ลองดูสักตั้ง โดยการรายงานตัวในวันแรกไปพร้อมสัมภาระตามที่โรงเรียนเตรียมทหารกำหนดให้นำไป เช่นของใช้ส่วนตัว เล็กน้อย ๆ เดี๋ยวอย่างอื่นโรงเรียน ฯ จะแจกให้เอง การแต่งกายไปรายงานตัวพร้อมเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหาร ปัจจบันแอดมินไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนแปลงหรือยัง แต่ตอนนั้น(ปี 2542) ใช้การแต่งกายคือ ชุดนักเรียนโรงเรียนเก่านั่นแหละ แต่ให้เลาะชื่อโรงเรียน ชื่อตัว สัญลักษณ์ต่าง ๆ จากโรงเรียนเก่าออกให้หมด ส่วนทรงผมให้ตัดสั้นเกรียน สั้นจนเกือบจะโกนเลยก็ว่าได้ คือด้านข้างเกรียน ด้านบนอนุญาตให้ไว้ยาวได้เท่าหัวไม้ขีดสีแดง ๆ แต่สิ่งที่แปลกตาดีก็คือ เมื่อนักเรียนใหม่มาเข้าแถวรวมกัน หัวเกรียนเหมือนกัน เสื้อนักเรียนสีขาวเหมือนกัน แต่กางเกงนักเรียนนี่ บางคนก็สีดำ บางคนสีน้ำตาล บางคนสีน้ำเงิน มารวม ๆ กันในแถวก็แปลกตาดีนะครับ

เมื่อรวมแถวกันก็มีการแนะนำนักเรียนบังคับบัญชา หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า "คอมแมนด์" ย่อมาจาก commander ที่แปลว่าผู้นำ เป็นนักเรียนเตรียมทหารปี 2 (รุ่น 41) ให้พวกเราได้รู้จัก ตัวแอดมินเองก็ไม่ค่อยได้สนใจหรอกครับ แต่ก็ดูเท่ห์ดี เครื่องแบบชุดปกตินักเรียนเตรียมทหารฟิตเปรี๊ยะ ตึงทุกสัดส่วน เห็นแล้วอยากใส่บ้าง

นักเรียนใหม่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กองพัน คือสั่งกัดกองพันนักเรียนที่ 2 และกองพันนักเรียนที่ที่ 4 แต่ละกองพันแบ่งได้อีก 3 กองร้อย กองร้อยละ 3 หมวด  ส่วนตัวแอดมินเองอยู่ หมวด 1 ร้อย 3 กองพันที่ 2 โรงนอนอยู่ชั้น 5 ของตึกกองพันที่ 2 แน่ะ เรียกว่าวิ่งขึ้นไปนี่เมื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน

กองพันนักเรียน โรงเรียนเตรียมทหารในขณะนั้น

หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นการพาเยี่ยมชมและแนะนำสถานที่ และการรับประทานอาหารกลางวัน โดยการเคลื่อนไหวของนักเรียนใหม่จะเป็นการวิ่งทั้งหมด เหงื่องี้ออกตลอดเวลา โดยในวันแรกนี้จะไม่เข้มระเบียบมากนัก ซึ่งจุดมุ่งหมายของระบบนักเรียนใหม่ก็คือการค่อย ๆ ปรับสภาพ จากนักเรียนพลเรือนมาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดยค่อย ๆ สอนระบบระเบียบทหารไปทีละเล็กทีละน้อย หากเล่นหนักตั้งแต่วันแรกเลย สงสัยลาออกกันยกแผง ซึ่งการฝึกปรับสภาพมีเวลาทั้งสิ้น 3 สัปดาห์ หากมีคนลาออกในช่วงนี้จะไม่เสียค่าปรับ และทางโรงเรียน ฯ จะเรียกผู้ที่สอบได้อันดับสำรองเข้ามาแทนที่แต่ถ้าไปลาออกทีหลังจาก 3 สัปดาห์แรกไปแล้วล่ะก็ต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

สิ่งทีสร้างปัญหาให้แอดมินก็คือ การหัดนั่งท่าอัศวินครับ ใช้เวลานั่งฟังคำชี้แจง กระทำโดยเริ่มจากท่ายืน ตบเท้าขวาไปด้านหน้าเล็กน้อย แล้่งนั่งย่อลง มือขวากำหลวม แขนท่อนล่างพาดบนเข่า แลดูสมาร์ท เหมือนอัศวินกำลังนั่งรอฟังคำบัญชาจากพระราชาเลยนะครับ ขออภัยที่หาภาพมาให้ดูไม่ได้ แอดมินอยากบอกว่า นั่งนาน ๆ มันเมื่อยนะครับ แม้จะเปลี่ยนข้างคุกเข่าแล้วก็ตาม นั่ง ๆ ลุก ๆ ลุก ๆ นั่ง ๆ บ่อยเหลือเกิน เข่าดังกร๊อบเลยนะ ปวดอะครับ วิ่งกะเผลกเลยวันแรก (สงสัยเราจะอ่อนแอจริง ๆ ) 

จากที่บอกไปแล้วในวันแรก ระเบียบจะยังไม่ค่อยเข้มเท่าไร แต่สำหรับนักเรียนใหม่แล้วการเคลื่อนที่ออกนอกชายคาใช้การวิ่งเสมอ แม้จะวิ่งไปรับประทานอาหารก็ตาม สถานที่รับประทานอาหารของทหารเขาเรียกว่าโรงเลี้ยง การนั่งรับประทานจะนั่งเป็นวง โต๊ะสี่เหลี่ยม มีหม้อข้าวและโถน้ำ มีกับข้าว 2-3 อย่าง ภาชนะที่ใช้เป็นสแตนเลส มื้อแรกก็กินกันเสียงดังโช้งเช้ง ๆ ประหนึ่งดูหนังจีนกำลังภายในสู้ฟันกันด้วยดาบก็ไม่ปาน ภาษาทหารเขาเรียกว่า "กินเสียงดังยังกะโรงตีเหล็ก" แต่ไม่เป็นไร มื้อแรก ๆ คอมแมนด์อนุญาตให้รับประทานตามสบายก่อนได้ เดี๋ยวจะเข้าระเบียบในมื้อถัด ๆ ไป 

โรงเลี้ยงเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นบนเป็นโซนนิ่งของพี่ชั้นปีที่ 2 ส่วนนักเรียนใหม่ทานที่ชั้นล่าง มีพนักงานโรงเลี้ยงคอยเติมข้าวเต็มน้ำให้เรา เมื่อข้าวหมดโถ น้ำหมดเหยือก แอดมินขอสารภาพว่า มื้อแรกของแอดมินในโรงเรียนเตรียมทหาร คือมื้อเที่ยง หิวมาก ซัดไปตั้ง 3 จานแน่ะ

ภารกิจในช่วงบ่ายก็ยังคงเป็นการแนะนำสถานที่ เนื่องจากโรงเรียนเตรียมทหารกว้างมาก วิ่งไปวิ่งมาหลายที่ ไม่ว่าจะเป็น กรมนักเรียน ส่วนการศึกษา กองพลศึกษา ฯลฯ เล่นเอาเพลียเลยครับ

ตกเย็นมาเป็นการอาบน้ำ ใจเริ่มตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เนื่องจากได้ยินมาว่าทหารอาบน้ำรวม เกิดมายังไม่ให้ใครเห็นปิ๊กาจู้เลยให้ตายสิ เขินนะเนี่ย แต่พอเอาเข้าจริง พี่คอมแมนท่านให้ยืนเข้าแถวปลายเตียงนอน แล้วสั่งให้ทุกคนแก้ผ้าอย่างเร็ว บอกว่านักเรียนไม่ต้องอาย ผู้ชายเหมือนกัน ผลน่ะเหรอครับ ทุกคนแก้ผ้าอย่างไว มีบ้างอิดออด เอามือปิด ๆ สงสัยจู๋เล็ก แต่เราไม่มีเวลาอายจริง ๆ ครับ หลังจากแก้ผ้าแล้ว คอมแมนด์ท่านให้เวลาเราอาบน้ำแค่ 3 นาทีเท่านั้น ทุกคนวิ่งไปอาบน้ำอย่างไว

ห้องอาบน้ำเป็นห้องกว้าง ๆ ด้านซ้ายและขวาเป็นอ่างน้ำยาว มีน้ำอยู่เต็มให้พวกเราได้ใช้ขันจ้วงกันอย่างเมามันส์ ส่งเสียงดังเอะอะ จนคอมแมนด์ต้องเดินมาเร่งให้อาบเร็ว ๆ พร้อมนับถอยหลัง 10 9 8 7 ...... 2 1 พวกเราจึงต้องรีบวิ่งโทง ๆ เหมือนผีเปรตออกไปแต่งกายเป็นชุดพละ พร้อมปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในช่วงค่ำต่อไป 

แล้วเวลาเข้านอนก็มาถึง แอดมินยอมรับว่าเหนื่อยมากครับ เซ็งด้วย อะไรกันนักกันหนา ทั้งวันเลย ไม่มีเวลาว่างให้เราบ้างหรือไง จิตใจมันสับสน กำลังใจถดถอย คิดถึงบ้านก็คิดถึง นี่อะไรกัน เรามานอนโรงนอนขนาดยาว เพื่อนนอนอยู่เต็ม เตียงข้าง ๆ แอดมินเป็นเพื่อนเหล่าตำรวจ มาจากจังหวัดสตูล เป็นเพื่อนคนแรกของผมในโรงเรียนเตรียมทหาร (ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่ สภ.สงขลา) เราปรับทุกข์กันเล็กน้อย เพราะต่างคนต่างก็ใหม่เหมือนกัน วันนี้โดนทำโทษเล็กน้อย แค่ดันพื้น พรุ่งนี้จะเจออะไรบ้างหนอ คิดถึงบ้านจัง อยากกลับบ้าน คิดถึงเพื่อนที่โรงเรียนเก่าด้วย เงยหน้ามองบนเพดานก็เจอพัดลมขนาดใหญ่ นี่เรามาทำอะไรที่นี่หนอ คิดถึงจุดนี้แล้วแอดมินก็ผลอยหลับไป

13 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ได้อ่านว่ะ แต่เห็นเสมา

    ตอบลบ
  2. เขียนน่าอ่านดีค่ะ เขียนมาอีกนะ จะติดตาม

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ19 มีนาคม 2555 00:29

    เหมือนเกิดขึ้นเมื่อวานนี่เอง

    ตอบลบ
  4. มีเรื่องราวในหัวอีกเยอะครับ รับรองจะกลั่นกรองมาให้อ่านกันอีกแน่นอน

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ19 มีนาคม 2555 12:12

    อ่านแล้วนะคะ..ชมพู่

    ตอบลบ
  6. ยุทธนัย425821 มีนาคม 2555 06:33

    ชอบ ลงนามแล้ว

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ22 มิถุนายน 2555 18:42

    อ่านแล้วเห็นภาพเหมือนจริงเลย

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ24 มิถุนายน 2555 23:38

    สุดยอกว่ะเหมา

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ10 กรกฎาคม 2555 14:01

    อ่านแล้วเห็นภาพ เล่าเรื่องสนุก น่าติดตาม น่าจะเขียนตอนขึ้นเหล่าบ้าง

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ10 กรกฎาคม 2555 14:03

    แสดงว่าประทับใจมากใช่แมะ

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ14 พฤศจิกายน 2555 10:07

    โรงเรียนลูกผู้ชาย จริงๆค่ะ หัวอกคนเป็นแม่อย่างดิฉันอ่านแล้วอดน้ำตาไหลไม่ได้ สงสาร คิดถึง เป็นห่วง แต่รวมๆ แล้วคือความภาคภูมิใจในตัวลูกชาย ในวันนึงเค้าจะได้เป็นทหารตำรวจที่ดีและเก่งได้ เหมือนท่าน ร.อ.เสมา กระต่ายทอง นะคะ..แต่ตอนนี้เรียนอยู่ ม.2 เอง (ไม่ว่ากันนะคะใฝ่ฝันมากไปมั้ยนะ)

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ14 เมษายน 2557 11:34

    หนุกครับ ปีหน้าผมก็ ม.3 แล้ว

    ตอบลบ